การดูดไขมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้วในยุคนี้ ทุกวันนี้หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจรูปร่างและสุขภาพมากขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้แต่งตัวง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในชีวิตประจำวันอีกด้วย แน่นอนว่าการดูแลรูปร่างให้กระชับ ดูสมส่วน กลายเป็นสิ่งที่หลายคนใส่ใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็หันมาให้ความสนใจกันทั้งนั้น แต่ปัญหาที่เจอกันบ่อย ๆ ก็คือ ต่อให้ออกกำลังกายแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเวทเทรนนิ่ง วิ่ง โยคะ หรือแม้แต่กินคลีนแค่ไหน ก็ลองมาหมดแล้ว แต่เจ้าไขมันบางส่วนก็ยังไม่หายไปง่าย ๆ อยู่ดี โดยเฉพาะไขมันในจุดที่จัดการยาก เช่น หน้าท้องยื่น ต้นแขนย้วย ต้นขาใหญ่ไม่กระชับ หรือแม้แต่เหนียงเป็นชั้น เรียกได้ว่าเป็นจุดยอดฮิตที่ทำเอาหลายคนท้อในการลดเลยทีเดียว ดังนั้นสำหรับใครที่เคยเจอปัญหานี้คงเข้าใจดีว่าไขมันบางจุดมันดื้อ ต่อให้ควบคุมแค่ไหน มันก็ไม่ยอมไปง่าย ๆ เหมือนกับส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย นี่แหละจึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจในการดูดไขมันมากขึ้น เพราะถือเป็นทางเลือกที่ช่วยจัดการแก้ปัญหาไขมันได้อย่างตรงจุด เป็นทางเลือกที่ช่วยจัดการกับไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ
แน่นอนว่าการจะตัดสินใจดูดไขมันสักครั้งสำหรับหลายคนอาจมองเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ของแพทย์ รวมถึงความเข้าใจในขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับใจเราที่สุด ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วขั้นตอนการดูดไขมัน ตั้งแต่ปรึกษาจนฟื้นตัวมีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจ ตั้งแต่การเตรียมตัว การเลือกคลินิก การประเมินร่างกาย การดูแลหลังทำ และการพักฟื้น ที่ล้วนแล้วแต่มีผลต่อผลลัพธ์ในระยะยาว ดังนั้นบทความนี้เราจึงได้มัดรวมมาให้แล้วขั้นตอนการดูดไขมัน ตั้งแต่ปรึกษาจนฟื้นตัว กระทั่งหายดี เดินชิลถ่ายรูปโชว์หุ่นได้อย่างมั่นใจกันเลยทีเดียว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาคุ้มค่ากับการรอคอยที่สุด
ดูดไขมันเหมาะกับใคร
ข้อนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าอาจจะไม่ใช่ทุกคน ที่เหมาะกับการดูดไขมันนะ เพราะการดูดไขมันไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักแบบฮวบฮาบเหมือนเวทมนตร์ แต่มันช่วยปรับรูปร่างให้ดูดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันสะสมในบางจุดที่ออกกำลังกายยังไงก็ไม่ยอมหาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เอว หรือแม้แต่เหนียงใต้คาง โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างคงที่ ไม่มีโรคประจำตัวรุนแรง ถ้าคุณต้องการลดเฉพาะจุดเพื่อให้รูปร่างดูดีขึ้นล่ะก็ ดูดไขมันอาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด มาดูดกันว่า ใครบ้านที่เหมาะกับการดูดไขมัน
- คนที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก เหนียง หรือแผ่นหลัง
- คนที่มีรูปร่างผอมหรือไม่อ้วนมาก แต่ต้องการปรับสัดส่วนให้สมส่วนขึ้น
- คนที่ต้องการปรับรูปร่างให้ดูดีขึ้น การดูดไขมันช่วยให้หุ่นดูดีขึ้นโดยไม่ต้องลดทั้งตัว
- คนที่มีน้ำหนักเยอะ มีรูปร่างอ้วน และต้องการปรับสัดส่วนรูปร่าง
- คนที่ออกกำลังกายแล้ว สัดส่วนไม่ลดลง หรือแม้แต่มาจากกรรมพันธุ์
- คนที่อยากเพิ่มความมั่นใจในหุ่นให้กับตัวเอง
ประโยชน์ของการดูดไขมัน
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า การดูดไขมันสามารถให้ผลลัพธ์ได้มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปร่าง ความมั่นใจ สุขภาพ หรือแม้กระทั่งการนำไขมันที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในจุดอื่น ดังนั้นมาดูกันค่ะว่าประโยชน์ของการดูดไขมันมีอะไรบ้าง และทำไมคนที่เคยทำแล้วหลายคนถึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันคุ้มมากขนาดนี้
- กำจัดไขมันเฉพาะจุดที่ลดยาก
ไขมันบางจุดในร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา เหนียง หรือแผ่นหลัง มักดื้อและลดยากแม้จะออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร
- ปรับรูปร่างให้ได้สัดส่วนมากขึ้น
การดูดไขมันไม่ใช่แค่ลดปริมาณไขมัน แต่คือการปรับทำให้รูปร่างดูสมส่วนขึ้น เช่น เอวชัดขึ้น ขาเรียวลง แขนกระชับ หรือหน้าดูเรียวขึ้น
- เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต
ใส่เสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยหลบมุม หรือแต่งตัวปกปิด ถ่ายรูปก็มั่นใจมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งแอปแต่งเยอะ ๆ
- เห็นผลรวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน
ต่างจากการลดเฉพาะจุดด้วยการออกกำลังกาย ที่ใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีการดูดไขมันช่วยให้เห็นไวหลังทำ แต่อาจต้องใช้เวลาหลังอาการบวมลดลง
- กระตุ้นให้ดูแลตัวเองมากขึ้น
หลายคนหลังทำจะเริ่มมีวินัยมากขึ้น ทั้งเรื่องการกินและการออกกำลังกาย เพราะอยากรักษารูปร่างใหม่ให้อยู่ได้นาน
- ใช้ไขมันที่ดูดออกไปเติมเต็มจุดอื่นได้
เช่น ฉีดไขมันหน้า เติมหน้าอก เติมสะโพก เป็นไขมันของเราเอง ไม่ใช่สารแปลกปลอม จึงลดโอกาสแพ้
- ช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้น
บางเทคนิค เช่น Vaser, BodyTite หรือ J Plasma ช่วยกระตุ้นการหดตัวของผิว ทำให้ผิวไม่ย้วย ได้ทั้งหุ่นกระชับและผิวแน่นในครั้งเดียว
- ช่วยสร้าง Sexy Line และ Six Pack
สามารถดูดไขมันจะบริเวณอื่นมาเติมในจุดนี้ ควบคู่กันไปกับการดูดไขมันตามร่องกล้ามเนื้อให้เกิดเป็นร่องได้ รูปร่างจะดูลีนขึ้น ดูเฟิร์มกระชับขึ้น
- ช่วยลดแรงกดที่ข้อต่อในบางกรณี
ถ้ามีไขมันเยอะที่ต้นขาหรือเข่า การดูดไขมันช่วยลดภาระให้ข้อต่อได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่อ้วนแล้วเริ่มมีปัญหาเจ็บเข่าหรือเดินลำบาก
ขั้นตอนการดูดไขมัน ตั้งแต่ปรึกษาจนฟื้นตัว
- ปรึกษา
แน่นอนว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากการพูดคุยกับแพทย์ เพื่อประเมินและวางแผนการรักษา เพราะแต่ละคนมีรูปร่าง โครงสร้างร่างกาย และความต้องการที่แตกต่างกัน แพทย์จะช่วยประเมินว่าเหมาะกับการดูดไขมันไหม วิเคราะห์สัดส่วน และปริมาณไขมันที่ควรดูดออก อธิบายถึงเทคนิคที่เหมาะสม เช่น Vaser, BodyTite, หรือแบบอื่น พร้อมอธิบายว่าควรดูดตรงไหนบ้าง ใช้เทคนิคอะไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง บางครั้งก็ต้องมีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นอย่างการตรวจเลือด ซักประวัติสุขภาพ เพื่อเช็กว่าร่างกายพร้อมไหมก่อนจะเข้ารับการดูดไขมัน
- ยาชา/ยาสลบ
ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคและปริมาณไขมันที่จะดูดออก ถ้าดูดไม่เยอะมากอาจใช้เพียงแค่ยาชาเฉพาะที่ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องดูดหลายจุด หรือพื้นที่ใหญ่ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาสลบ เพื่อความปลอดภัยและความสบายของคนไข้ขณะทำหัตถการ โดยจะมีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการใช้ยาสลบ
- การใส่ Tumescent
ขั้นตอนที่สำคัญและขาดไม่ได้ คือการฉีดสาร Tumescent เข้าไปในบริเวณที่จะดูดไขมัน สารตัวนี้เป็นการผสมกันของน้ำเกลือ ยาชา และยาห้ามเลือด ซึ่งช่วยให้ไขมันแตกตัวออกมาเนื้อเยื่อได้ง่ายขึ้น ดูดได้เยอะขึ้น ลดอาการบวมช้ำ และลดความเจ็บปวดหลังทำ ทำให้การดูดไขมันมีความเจ็บน้อยลงเยอะมาก
- การสลายเซลล์ไขมัน
ก่อนจะดูดออก ต้องทำให้ไขมันแตกตัวออกจากกันก่อน ซึ่งปัจจุบันมีหลายเทคนิค เช่น Vaser, Laser Lipolysis, หรือ BodyTite โดยใช้พลังงานคลื่นเสียงหรือแสงช่วยให้ไขมันละลายกลายเป็นของเหลว ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อข้างเคียงทำให้แผลฟื้นตัวไวขึ้นอีกด้วยนั่นเอง
- การดูดไขมัน
เมื่อไขมันถูกสลายแล้ว แพทย์จะใช้ท่อเล็ก ๆ (Cannula) สอดเข้าไปดูดไขมันออก โดยจะพยายามดูดให้ทั่วถึงและสมูทที่สุด เพื่อให้ผิวเรียบ ไม่เป็นคลื่นหรือเป็นรอยบุ๋ม ซึ่งก็ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ไม่น้อยเลยค่ะ ดังนั้นจึงได้ย้ำเสมอว่าควรเลือกสื่งที่ดีที่สุด
- หลังดูดไขมัน
หลังจากดูดไขมันเสร็จ ร่างกายจะยังมีอาการบวมและช้ำอยู่บ้างในช่วง 3-7 วันแรก อาจต้องใส่ชุดกระชับสัดส่วนตลอดเวลาในช่วง 1-2 เดือน เพื่อช่วยให้ผิวกระชับและลดอาการบวม รวมถึงต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามออกแรงเยอะ งดอาหารที่ติดเค็ม พักผ่อนให้เพียงพอ และมาตรวจตามนัดกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจความเปลี่ยนแปลง
การดูดไขมันอันตรายไหม
ถ้าเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ก็ต้องบอกว่าความเสี่ยงก็จะต่ำมาก เพราะอันตรายส่วนใหญ่มักเกิดจากการทำกับบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้เทคนิคเก่าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะฉะนั้น อย่ามองแค่ราคาถูก แต่ให้ดูผลลัพธ์หลังทำ และดูว่าจะสามารถดูแลเราให้ปลอดภัยเป็นหลักดีที่สุด
การดูดไขมันเจ็บแค่ไหน
สำหรับการดูดไขมันสมัยนี้ ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้เจ็บอย่างที่คิดเลยค่ะ เพราะปัจจุบันเทคนิคใหม่ ๆ เน้นลดความเจ็บปวด และการใช้ยาชา ยาสลบ ก็ช่วยให้ไม่รู้สึกตอนทำอยู่แล้ว ส่วนหลังทำอาจมีตึง ๆ หรือเจ็บเหมือนฟกช้ำ ซึ่งทนได้ และมักจะดีขึ้นในไม่กี่วัน แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอาการเจ็บอาการปวด หรือบวมอยู่ด้วย แต่สามารถใช้ยาลดอาการอักเสบ หรือยาแก้ปวดควบคู่กันไปได้เช่นกัน
การดูดไขมันหน้าท้องพักฟื้นนานไหม
คำถามยอดฮิตที่แทบทุกคนต้องถามก่อนตัดสินใจดูดไขมันหน้าท้อง เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องความสวยความงามเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันโดยตรงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การขับรถ หรือแค่เดินไม่เจ็บจี๊ดใครก็อยากรู้ใช่ไหมว่าต้องหยุดพักกี่วัน
สำหรับใครที่ดูดไขมันเฉพาะหน้าท้อง โดยเฉลี่ยการพักฟื้นหลังดูดไขมันหน้าท้องจะอยู่ที่ประมาณ 3 วันถึง 1 สัปดาห์ในช่วงแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายยังรู้สึกตึงๆ เจ็บๆ คล้ายกับอาการฟกช้ำ หรือเหมือนกล้ามเนื้ออักเสบหลังออกกำลังกายหนักๆ บางคนอาจรู้สึกว่าเดินไม่สะดวก ยืนตัวตรงไม่ได้ ต้องเดินงอ ๆ หน่อยเพื่อไม่ให้แผลตึง ซึ่งถือว่าเป็นอาการปกติเลย ไม่ได้น่ากังวล
ในช่วง 7-14 วันแรก อาการบวมและช้ำจะเริ่มลดลง แต่ก็ยังต้องใส่ ชุดกระชับหน้าท้อง ตลอดเวลาเว้นตอนอาบน้ำ เพื่อช่วยลดอาการบวม และกระชับผิวหนังให้แนบกับชั้นกล้ามเนื้อ หลังจากนั้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น ทำงานเบา ๆ ขับรถ เดินเล่น หรือทำกิจกรรมทั่วไปได้แล้ว แต่ยังต้องระวังเรื่องการยกของหนัก หรือออกกำลังกายหนัก ๆ ไปก่อน
ส่วนช่วงที่ร่างกายจะเริ่มกลับมาเป็นปกติแบบรู้สึกว่าหายสนิทจริง ๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4-6 สัปดาห์ ซึ่งช่วงนี้ผิวจะเริ่มเข้าที่ ผลลัพธ์ชัดขึ้น และอาการเจ็บ ตึง หรือช้ำต่างๆ จะหายไปเกือบหมด
การดูดไขมันหน้าท้องแล้วจะอ้วนอีกไหม
ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาอีกในจุดเดิม เพราะเซลล์ไขมันมันถูกเอาออกไปแล้วอย่างถาวร แต่ถ้าเรากินเยอะ น้ำหนักขึ้น ก็อาจไปอ้วนตรงจุดอื่น หรือจุดเดิมซ้ำแทน เพราะฉะนั้นการควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอยังจำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงผลลัพธ์ให้ดีขึ้น
ดูดไขมันที่ไหนดี
การเลือกคลินิกคือหัวใจของหัตถการนี้เลยค่ะ นอกจากราคาที่เป็นตัวดึงดูดให้ตัดสินใจในการเลือกใช้บริการคลีนิกดูดไขมันสักที่แล้วก็ควรต้องพิจารณาอีกหลายอย่างเช่นกัน มีรีวิวจากคนไข้จริงหรือไม่ แพทย์มีประสบการณ์ไหม และที่สำคัญต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาต ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าเลือกจากราคาถูกอย่างเดียวเด็ดขาด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด และช่วยลดโอกาสการเกิดการติดเชื้อให้ได้มากที่สุดเช่นกันค่ะ ถึงแม้ว่าดูดไขมันจะไม่ใช่หัตถการที่ซับซ้อน แต่ก็จำเป็นต้องใช้แพทย์ผู้ชํานาญการด้านการดูดไขมันโดยเฉพาะ ด้วยประสบการณ์ของแพทย์นี้เองที่จะเป็นตัวการันตีถึงผลลัพธ์หลังทำได้ดีที่สุดค่ะ
“คาเวร่า – Kanwera Clinic” เรามีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปีเรามีแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษา และดูแลด้วยประสบการณ์การดูดไขมันมามากกว่า 15,000 เคส มีนวัตกรรมการดูดไขมัน กระชับผิว และเติมไขมัน ออกแบบสัดส่วนเฉพาะบุคคล พร้อมทั้งห้องดูดไขมัน รวมถึงมีการบริการการนัดเข้ามา Follow up กับแพทย์ 1:1 ให้ประเมินร่วมกับคนไข้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกในการปรึกษา พร้อมให้คำแนะนำดูแลหลังดูดไขมันอย่างใกล้ชิด ทั้งการติดตามผล เพื่อให้ผลลัพธ์หลังดูดไขมันออกมาตามที่คาดหวังไว้
ทำไมต้องดูดไขมันที่ Kanwera
เพราะการดูดไขมันไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้จริง ซึ่ง Kanwera Clinic ให้ความสำคัญกับทั้งสองเรื่องนี้อย่างเข้มงวด เพื่อให้ทุกคนที่เข้ารับบริการมั่นใจได้ว่า คุณจะได้ทั้งรูปร่างที่เป๊ะ และการดูแลที่ดีที่สุด เราเน้นความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง โดยแพทย์เฉพาะทาง และมีห้องผ่าตัดมาตรฐาน มีวิสัญญีแพทย์ดูแลการใช้ยาสลบ และให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา ที่สำคัญคือผลลัพธ์ออกมาสวย ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่น
“คาเวร่า – Kanwera Clinic” เรามีเคสรีวิวดูดไขมันจากคนไข้จริงให้ได้ศึกษาก่อนตัดสินใจ พร้อมรีวิวความประทับใจของลูกค้าหลังทำกับเรา เพราะสิ่งสำคัญที่เป็นการตัดสินใจของคนไข้ในการเลือกคลีนิกดูดไขมันสักครั้ง คือรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ที่สามารถเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ด้านประสบการณ์ของแพทย์ ที่เป็นเครื่องรับรองให้คลีนิกได้เป็นอย่างดี เพราะเครื่องดูดไขมันมีหลายชนิดซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป และแน่นอนว่าแต่ละคนก็ไม่ได้เหมาะสมกับเครื่องดูดไขมันทุกชนิด ดังนั้นจึงควรปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพือให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการแก้ไขจะดีที่สุดค่ะ
“คาเวร่า – Kanwera Clinic” เรามีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี มีทีมแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลด้วยประสบการณ์การดูดไขมันมามากกว่า 15,000 เคส มีนวัตกรรมการดูดไขมัน กระชับผิว และเติมไขมัน ออกแบบสัดส่วนเฉพาะบุคคล พร้อมทั้งห้องดูดไขมันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย และปลอดเชื้อ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และจะดูแลคุณให้ปลอดภัยที่สุด
สรุปขั้นตอนการดูดไขมัน: ตั้งแต่ปรึกษาจนฟื้นตัว
การดูดไขมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือดูน่ากลัวอย่างที่คิดแล้วค่ะ เพราะด้วยคลินิกดูดไขมันในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ และการดูแลที่เป็นระบบตั้งแต่ปรึกษาจนฟื้นตัว ทุกอย่างมันถูกวางแผนไว้เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยไม่ต้องแลกกับความเสี่ยงเกินจำเป็น บางคนอาจเคยคิดว่าแค่ดูดไขมันก็คงแค่เข้าไปนอนแล้วตื่นมาผอม แต่จริง ๆ แล้วมันมีดีเทลเยอะกว่านั้นมาก ตั้งแต่ขั้นตอนปรึกษา การเตรียมตัว การเลือกเทคนิคให้เหมาะกับร่างกาย จนไปถึงการใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ อย่างชุดกระชับ หรือการนอนพักให้ถูกท่า ทุกอย่างล้วนส่งผลต่อความสวยในระยะยาวทั้งนั้น
การดูดไขมันเป็นหัตถการความงามเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดยทั่วไปขั้นตอนจะเริ่มต้นตั้งแต่การปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากเพราะในขั้นตอนนี้แพทย์จะประเมินสภาพร่างกายของเรา ตรวจดูว่าบริเวณไหนที่สามารถดูดไขมันได้ รวมถึงซักถามเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว หรือการใช้ยา เพื่อประเมินความเสี่ยง และเลือกเทคนิคการดูดไขมันที่เหมาะสม เช่น Vaser, BodyTite, J Plasma หรือแบบดั้งเดิม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคนไข้ด้วยว่าอยากลดสัดส่วนเฉพาะจุด หรือเน้นการกระชับรูปร่าง
เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะนัดวันผ่าตัดพร้อมกับให้คำแนะนำในการเตรียมตัว การดูดไขมันมักใช้การดมยาสลบหรือยาชาเฉพาะที่ แล้วแต่ปริมาณไขมันและบริเวณที่ดูด ขั้นตอนนี้ใช้เวลาตั้งแต่ 1-4 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นตามปริมาณที่ต้องเอาออก โดยแพทย์จะเจาะรูเล็ก ๆ แล้วใส่ท่อดูดไขมันเข้าไปสลายและดูดไขมันออกมา หลังจบขั้นตอนนี้คนไข้จะถูกพันผ้ายืดหรือใส่ชุดกระชับเพื่อช่วยให้ผิวหนังแนบกับชั้นกล้ามเนื้อและลดการบวมช้ำ
ในช่วงพักฟื้นโดยทั่วไปแล้วสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว ยกเว้นกรณีที่ดูดไขมันในปริมาณมาก และหลังทำอาจจะมีอาการเจ็บเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และจะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์ ซึ่งแพทย์จะนัดติดตามผลเป็นระยะ ๆ เพื่อตรวจดูอาการและแนะนำการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการดูดไขมันจะเริ่มเห็นชัดขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง อาจใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือนจึงจะเห็นผลที่ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานถ้าดูแลรักษาน้ำหนักและสุขภาพอย่างเหมาะสม ซึ่งหมายความว่าคนไข้ควรควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ไขมันกลับมาสะสมอีกในอนาคต
สำหรับใครที่กำลังลังเลอยู่ ไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะไหม ต้องฟื้นตัวนานไหม หรือกลัวจะกลับมาอ้วนอีก ลองกลับไปมองให้ชัดว่าการดูดไขมันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรูปร่าง แต่มันคือการเริ่มต้นดูแลตัวเองใหม่ในเวอร์ชันที่มั่นใจขึ้น มีวินัยกับร่างกายมากขึ้น และใช้ชีวิตได้แบบเต็มที่ขึ้นต่างหาก ถ้าคุณมีแพทย์ดี มีความเข้าใจในขั้นตอน และเตรียมตัวมาอย่างถูกต้อง การดูดไขมันจะกลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่คุณเคยทำกับตัวเอง